วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมเข้าจังหวะ กิจกรรมเข้าจังหวะ เป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะในรูปแบบต่าง ๆ ให้เข้ากับจังหวะหรือดนตรีที่นำมาประกอบ กิจกรรมเข้าจังหวะเป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ คือ มีร่างกายแข็งแรง มีบุคลิกที่ดี และเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ๑ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ตามจังหวะ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ตามจังหวะ เป็นการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนที่จากที่ใดที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เช่น การก้มเงย การบิดลำตัว การเหวี่ยงแขนและขา เป็นต้น ตัวอย่างที่ ๑ จังหวะที่ ๑ ก้มศีรษะไปข้างหน้า จังหวะที่ ๒ ผงกศีรษะขึ้นตั้งตรง จังหวะที่ ๓ หงายศีรษะไปข้างหน้า จังหวะที่ ๔ ผงกศีรษะขึ้นตั้งตรง ตัวอย่างที่๒ จังหวะที่ ๑ ยืนตรงมือเท้าสะเอวเอียวศีรษะไปทางซ้ายมือ จังหวะที่ ๒ ยืนตรง มือเท้าสะเอว ศีรษะตั้งตรง จังหวะที ๓ ยืนตรง มือเท้าสะเอว เอียงศีรษะไปทางขวามือ จังหวะที่ ๔ ยืนตรง มือเท้าสะเอว ศีรษะตั้งตรง ตัวอย่างที่ ๓ จังหวะที่ ๑ แยกเท้าซ้ายไปทางซ้ายมือปลายนิ้วทั้งสองแตะไหล่ จังหวะที่ ๒ ชูแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ จังหวะที่ ๓ ลดมือทั้งสองข้างลงแตะไหล่ จังหวะที่ ๔ ดึงเท้าซ้ายมาชิดเท้าขวาแขนทั้งสองแนบลำตัว ๒ การเคลื่อนที่ตามจังหวะ การเคลื่อนที่ตามจังหวะ เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายโดยที่ร่างกายเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งตามจังหวะ เช่น การเดินตามจังหวะการกระโดดตามจังหวะ การก้าวลากชิด การควบม้า การวิ่งสลับเท้า นักเรียนฝึกเคลื่อนที่ให้เข้ากับจังหวะได้โดยเริ่มจากการเรียนรู้การเคลื่อนที่ ดังนี้ ๑) การเดินก้าวชิดก้าว เป็นการก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหน้าแล้วดึงเท้าอีกข้างหนึ่งเข้าไปชิดเท้าแรก ทิ้งน้ำหนักตัวไว้ที่เท้าหลัง ๒) การเดินก้าวลากชิด เป็นการก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งออกไปข้าง ๆ แล้วลากเท้าอีกข้างหนึ่งมาชิด ๓) การกระโดด เป็นการสปริงตัวขึ้นจากพื้นด้วยเท้าทั้งสองข้างแล้วลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้งสองข้าง ๔) การกระโดดเขย่ง เป็นการสปริงตัวขึ้นจากพื้นด้วยเท้าข้างใดข้างหนึ่ง แล้วลงสู่พื้นด้วยเท้าข้างเดิม ๕) การก้าวกระโดดเขย่ง เป็นการกระโดดด้วยเท้าข้างใดข้างหนึ่งเป็นหลัก เท้าอีกข้างหนึ่งงอเข่าไว้ให้พ้นจากพื้น แล้วกระโดดไปข้างหน้าจากนั้นให้เท้าที่งอเปลี่ยนมาเป็นเท้าหลักอีกครั้ง ทำสลับอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ๖) การวิ่งสลับเท้า เป็นการสปริงเท้าทั้งสองขึ้นพ้นพื้น พร้อมกับดึงเท้าที่อยู่ข้างหลังไปไว้ข้างหน้า ลงสู่พื้นด้วยปลายเท้าทั้งสองพร้อมกัน ทำสลับเท้าอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ๗) การวิ่งควบม้า เป็นการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยให้ก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งนำ แล้วก้าวอีกเท้าหนึ่งไปชิดส้นเท้าหน้า ถ้าเท้าใดนำต้องนำตลอดและส้นเท้าไม่เปิด การเคลื่อนไหวตามเพลง เป็นการทำท่าทางประกอบเพลงทั้งในขณะอยู่กับที่และเคลื่อนที่ เช่น ปรบมือ โยกตัว เดิน วิ่ง กระโดด เป็นต้น การเคลื่อนไหวตามเพลงให้สวยงาม นักเรียนต้องฝึกฟังจังหวะแล้วจึงทำท่าทางให้เข้ากับจังหวะ ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บริษัทอักษรเจริญทัศน์ จากหนังสือ แม่บทมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๓ พิมพ์ครั้งที่ ๒

วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เสียงดนตรีกับลูกน้อย

เพลิดเพลินกับเสียงเพลงและดนตรี

ตอนนี้เมื่อลูกน้อยของคุณได้ยินเสียงจากประสาทหูเทียมแล้ว ไม่ว่าจะข้างเดียวหรือสองข้างก็ตาม คุณคงจะตื่นเต้นที่จะได้เริ่มทำกิจกรรมที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านทักษะ การฟัง การพูดและภาษาให้กับลูก ผู้ปกครองหลายท่านมักจะถามว่า “ฉันจะทำอะไรเพื่อช่วยให้ลูกได้เรียนรู้การฟังและเพลิดเพลินกับเสียงต่างๆ ได้บ้าง?” บ้างก็ถามว่า “ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของฉันได้ยินเสียงหรือจะจำการตอบสนองของเขาได้ อย่างไร?” กิจกรรมทางดนตรี เช่น การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง ตามจังหวะ และการเล่นนิ้วมือ เป็นเกมที่สนุกสนานและเหมาะสำหรับเล่นกับลูกตั้งแต่แรกเริ่ม กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกของคุณฟัง มีส่วนร่วม เปล่งเสียงบ่อยขึ้น ให้ความสนใจ และเลียนแบบเสียงและท่าทาง

ทารกทุกคนจะเลียนแบบท่าทางจากจังหวะหรือเพลงได้ก่อนการเลียนเสียงและคำ คุณสามารถเลือกเพลงหรือกิจกรรมที่คุณจะได้จากตอนเป็นเด็กได้ตามใจชอบ ’ “’”โดยไม่ต้องกังวลว่าจะร้องเพราะหรือเปล่า ’เพราะลูกของคุณไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก การที่คุณได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะเป็นความสุขที่คุ้มค่าแก่ความพยายาม เปิดเพลงหรือจังหวะเดิมซ้ำๆ แล้วคุณอาจได้รู้ว่าเพลงไหนเป็นเพลงโปรดของลูกคุณ’

หลังจากที่เด็กคุ้นเคยกับเสียงเพลง จังหวะ และการเล่นนิ้วแล้ว ลองตัดท่าทางออกไปและเปิดเสียงเพลงหรือให้จังหวะอย่างเดียว ลูกของคุณแสดงท่าทางที่เหมาะสมเฉพาะเวลาได้ยินเสียงเพลงหรือการให้จังหวะ อย่างเดียวหรือเปล่า? ถ้าไม่ ให้มองตาเด็กเพื่อทำสัญญาณแสดงการฟัง ถ้าจำเป็นให้แสดงสัญญาณอีกครั้งโดยให้ท่าทางประกอบสักท่าสองท่า ทักษะนี้อาจพัฒนาได้ก่อนที่คุณจะได้ยินลูกพยายาม“ร้องตาม”เสียอีก

เกมและของเล่นที่มีเสียงหรือดนตรี เป็นอีกทางหนึ่งที่จะกระตุ้น’ทักษะการฟังและการรับรู้เสียงเบื้องต้นของลูก คุณได้ ทั้งนี้เรามีวีดิโอคลิปสั้นๆของคุณแม่ ลูกน้อยของเธอ และผู้เชี่ยวชาญการช่วยเหลือเด็กเล็กให้ชมเป็นตัวอย่าง

วีดิโอคลิป

วีดิโอคลิปสั้นๆสามเรื่องได้แก่ “แมงมุมลายตัวนั้น (Itsy Bitsy Spider)” “เพลงยามเช้า (The Morning Song)”และ “ลูกลิงห้าตัว (Five Little Monkeys)” คุณแม่รายนี้เลือกที่จะให้ลูกของเธอนั่งบนเก้าอี้สูงสำหรับเด็กเพื่อทำ กิจกรรม วิธีนี้ช่วยให้เด็กอยู่กับที่และดึงความสนใจของเด็กได้ บ้างเลือกที่จะให้ลูกนั่งบนตัก ที่โต๊ะสำหรับเด็ก’ หรือนั่งด้วยกันบนพื้น คุณแม่เลือกที่จะนั่งข้างๆ ลูกซึ่งเป็นเทคนิคการฟังที่ให้ผลดีมากกว่าการนั่งตรงข้ามกัน อย่างไรก็ตามคุณควรเลือกวิธีที่รู้สึกสบายและเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับคุณและลูก
การแสดงสัญญาณการฟัง เช่น การชี้ไปที่หูของลูก’ จะช่วยสร้างเสริมกิจวัตรการฟังและบอกให้ลูกรู้ว่าถึงเวลาต้องฟังแล้ว
การเว้นช่วงเพื่อรอปฏิกิริยาหรือการตอบสนองจากเด็กนับเป็นอีกกลยุทธ์ที่สำคัญในการกระตุ้นการตอบสนองให้เพิ่มขึ้น
การที่ผู้ปกครองเลีัยนแบบท่าทางหรือเสียงของเด็ก’ สามารถช่วยกระตุ้นให้ลูกแสดงพฤติกรรมที่ต้องการได้

การตอบสนองของทารก

โดยทั่วไปเด็กทารกมักจะเริ่มตอบสนองต่อเสียงและเรียนรู้ที่จะจดจำ เสียงบางอย่างในช่วงสองสามสัปดาห์แรกของการใช้ประสาทหูเทียม ประเภทของการตอบสนองที่อาจเกิดขึ้นได้แก่:
  • การโยกตัวตามจังหวะหรือเสียงเพลง
  • หยุดทำิกิจกรรมหรือเงียบไป
  • ตาเบิกกว้าง/ตาเป็นประกาย
  • ยิ้ม
  • ทำกิจกรรมมากขึ้น
  • จ้องตาไม่กระพริบ
  • เลียนแบบการเคลื่อนไหวบางอย่าง (ท่าทาง)
  • ออกเสียงดังขึ้น
  • เด็กใช้ “สัญญาณการฟัง” กับพ่อแม่ (ชี้ไปที่หูของเธอ)
  • เด็กแสดงอาการบ่งบอกว่าเสียงหายไปเมื่อคอยล์หลุดออกจากหู (ชี้ไปที่หู)
     
คราวนี้ลองดูวีดิโอคลิปกัน คุณเห็นการตอบสนองใดบ้าง? คุณแม่ในเรื่องทำอะไร?
คุณสังเกตเห็นอะไรอีกบ้าง?
  •  คุณแม่  ได้หยุดเว้นจังหวะให้เด็กได้ตอบสนองหรือแสดงการโต้ตอบหรือไม่?
  • คุณแม่แสดงสัญญาณว่าให้ฟังกับเด็กหรือเปล่า?
  • เด็กได้ใช้สัญญาณการฟังเพื่อบอกว่าเธอได้ยินหรือไม่?
  • เด็กให้ความสนใจดีหรือไม่?
  • เด็กเลียนแบบการเคลื่อนไหวนิ้วตามจังหวะที่ถูกต้องหรือไม่?
  • คุณเห็นปฏิกิริยาใดๆ บนใบหน้าของเด็กหรือไม่’ เช่น รอยยิ้ม?
  • เด็กแสดงท่าทางอาการว่าเธอได้ยินเสียงของเล่นหรือไม่? อย่างไร?
  • เด็กเปล่งเสียงออกมาหรือไม่?

ตอนนี้ถึงตาคุณแล้ว ลองทำกิจกรรมสั้นๆ กับลูกของคุณ ร้องเพลงหรือให้จังหวะเดิมซ้ำๆ และคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงใน’ปฏิกิริยาและการตอบสนองของลูกน้อยเป็นระยะๆ จากนั้นจดรายการการตอบสนองต่างๆ ของลูกคุณเอาไว้ เสียงเพลงหรือจังหวะที่มีการเคลื่อนไหวนิ้วประกอบดังตัวอย่างข้างต้นจะช่วย เรียกความสนใจของเด็กที่เริ่มหัดฟังได้’ ถ้าคุณมีกล้องวีดิโออยู่ที่บ้าน จะลองอัดเทปตอนทำกิจกรรมไว้ก็ได้ แล้วคุณอาจจะได้เห็นในสิ่งที่คุณไม่ทันสังเกตระหว่างทำกิจกรรม แถมสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ จะได้มีโอกาสดูด้วย

พัฒนาความฉลาดของลูกด้วยกิจกรรมเคลื่อนไห


  
 
       กิจกรรม การเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก เพราะเด็กได้ใช้ร่างกายเป็นสื่อกลางในการแสดงออกทางอารมณ์และความคิดสร้าง สรรค์ตามจังหวะ เสียงดนตรี และเสียงเพลง โดยการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ 
     
  
       ความสำคัญของการเคลื่อนไหวต่อเด็ก
       
       1. การร้อง เล่น เต้นรำ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เด็ก ๆ ชอบ เพราะเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองต่อธรรมชาติของเด็กที่ไม่อยู่นิ่งและชอบเคลื่อน ไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา
      
       2. ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น เดิน วิ่ง กระโดดโลดเต้น ชูมือ หมุนตัว ส่ายเอว เพื่อที่จะสามารถพัฒนาทักษะในการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
      
       3.ช่วยให้สุขภาพร่างกายของเด็กแข็งแรง และพัฒนาอวัยวะทุกส่วนของเด็กให้มีความสัมพันธ์กันอย่างดีในการเคลื่อนไหว เพราะการที่เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายในการเต้นรำตามจังหวะและเสียงดนตรีนั้น เป็นการที่เด็กได้ออกกำลังกายโดยตรง
      
       4.ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก เพราะการที่เด็กได้คิดค้นท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระผ่านทางเสียง เพลงเช่น การเคลื่อนไหวเล่นบทบาทสมมุติตามเพลง การเคลื่อนไหวร่างกายกับอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นการฝึกทักษะการคิดสร้างสรรค์และจินตนาการให้แก่เด็กได้ดีมากทีเดียว
      
       5.ช่วยให้เด็กเกิดความมั่นใจในตนเอง เพราะกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะนั้นเป็นกิจกรรมที่ไม่ปิดกั้นในการที่เด็ก ได้แสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างอิสระ ซึ่งส่งผลในการพัฒนาความเป็นเอกลักษณ์และความมั่นใจในตนเองแก่เด็กต่อไป
      
       6.ช่วยให้เด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะจะเป็นกิจกรรมที่เด็กได้ ทำร่วมกับผู้อื่น เช่น เต้นรำในจังหวะต่างๆเช่น จังหวะวอลซ์ จังหวะชะชะช่า ร่วมกับเพื่อน ซึ่งการที่เด็กได้เต้นรำ เคลื่อนไหวร่างกายร่วมกับผู้อื่นนั้น เป็นการพัฒนาทักษะทางสังคมให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี
      
       7.การที่เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง และเสียงดนตรีนั้น ช่วยให้เด็กสนุกสนาน เบิกบาน ผ่อนคลายความเครียด ซึ่งเป็นผลที่ทำให้เด็กเป็นคนมีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส
      
       8.การร้อง เต้น เล่นสนุกช่วยพัฒนาสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ในด้านภาษา เด็กได้เรียนรู้ด้านภาษาผ่านทางเนื้อเพลง ได้เรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ผ่านทางจังหวะของดนตรี
      
       9.ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ประจำชาติของประเทศต่างๆ เช่น การรำ การเต้นระบำฮาวาย การเต้นแบบจีน การเต้นแบบแขก
      
       10.ช่วยให้เด็กมีความสามัคคีและปฏิบัติตามข้อตกลงของกลุ่ม เช่น การออกกำลังกายตามเพลงพร้อมกับเพื่อนๆ นอกจากนี้กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะยังช่วยฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามให้แก่เด็กอีกด้วย เช่น ให้เด็กทำท่าทางเคลื่อนไหวร่างกายเป็นผู้นำแล้วให้เพื่อนปฏิบัติตาม โดยมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
 
       สิ่งที่ต้องจัดเตรียมในการจัดกิจกกรมการเคลื่อนไหวคือ
       
       อธิบายถึงกฎกติกาของการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน เช่น ไม่ผลักหรือชนคนอื่น มีช่องว่างเฉพาะของตัวเอง ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ
      
       - มีที่ว่างพอหรือไม่สำหรับทำกิจกรรมการเคลื่อนไหว
       - เวลาในการทำกิจกรรม
       - คุณพ่อ คุณแม่และลูกทุกคนมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมหรือไม่
       - กิจกรรมนั้นเหมาะกับวัยของลูกหรือไม่
       - ลูกรู้สึกตื่นเต้นกับการทำกิจกรรมนั้นหรือไม่
   
    
       ตัวอย่างกิจกรรมเล่นกับลูก
       
       1. เมื่อลูกอยู่ไม่นิ่ง ให้ลูกยืนทำท่าออกกำลังกาย เช่น ให้ลูกเคลื่อนไหวตัวช้าๆ หมุนแขนเป็นวงกลม เหวี่ยงแขนไปทางซ้ายไปทางขวา ก้มลงจับนิ้วเท้า กระโดด ก้มโค้งตัวลง วิ่งเหยาะๆ เป็นต้น
      
       2. ให้เด็ก ๆ เดินย่ำเท้า ซ้าย ขวา ซ้าย นับ 2 , 4 .6 8 หรือ 5 ,10 15, 20 หรือ 10,15, 20 เป็นต้น อาจให้เด็กท่องสูตรคูณ หรือท่อง ก- ฮ ร้องเพลง ABC ก็ได้
      
       3. ให้คุณพ่อ และคุณแม่แบ่งเป็น 2 ฝ่ายแล้วให้ลูกเลือกว่าจะอยู่ข้างไหน และผลัดกันเป็นผู้นำ ผู้ตามเช่น เมื่อคุณแม่วิ่งให้วิ่งตาม เมื่อคุณแม่บอกว่าหยุด ดูสิว่าใครหยุดก่อนกันระหว่างทีมคุณพ่อหรือคุณแม่
      
       4. ให้ลูกทำ 2 อย่างในเวลาเดียวกัน เช่นให้ลูกลูบท้องและจับไหล่ในเวลาเดียวกัน ตบมือและหัวเราะในเวลาเดียวกัน ยืนขาเดียวแล้วหมุนศีรษะในเวลาเดียวกัน เป็นต้น
      
       5. ใช้การเคลื่อนไหวสลับข้าง เช่นมือซ้ายจับหัวเข่าขวา เมื่อได้ยินเสียงบอกว่า “ เปลี่ยน ”ใช้หัวเข่าขวาจับมือซ้ายบ้าง หรือใช้คิ้วแตะ ข้อศอก เมื่อได้ยินเสียงบอกว่า “ เปลี่ยน ” ให้ใช้ข้อศอกแตะคิ้วบ้างเป็นต้น
      
       6. ให้ลูกกระโดดเป็นกระต่าย ควบเป็นจังหวะเหมือนม้า หรือบินเหมือนผีเสื้อเป็นต้น
      
       7. ให้ลูกใช้จมูกเขียนตัวเลข หรือใช้ก้นเขียนตัวอักษร หรือใช้คิ้วเขียนชื่อตัวเอง ใช้นิ้วเขียนชื่ออาหารที่ชอบในอากาศ เป็นต้น
      
       8. ร้องเพลง "จับไวๆ" แล้วเล่นจับอวัยวะนั้นๆอย่างรวดเร็ว   เพลงจับไวๆ ผู้แต่ง ดร. แพง ชินพงศ์    จับหัว คาง หู หัวไหล่ จับไวๆ จับจมูก ปาก ตา จับแขน จับขา แล้วก็จับสะดือ
       
 
      การทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวกับลูกจะช่วยพัฒนาทั้งทักษะการคิด ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กในเวลาเดียวกัน อีกทั้งช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะความจำ และทักษะการฟังอีกด้วย โดยรูปแบบของกิจกรรมการเคลื่อนไหวนั้นอาจเป็นเกมและการละเล่นต่างๆ การเล่นบทบาทสมมติ และการเต้นรำ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการเด็กและช่วยพัฒนาความ ฉลาดของลูกน้อยอย่างแน่นอน
 

 
Life & Family / ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ




วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมนันทนาการ

ความหมาย :
การ ที่เราจะสามารถจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น เราควรจะต้องเรียนรู้ถึงกระบวนการสร้างมนุษยสัมพันธ์ของคนเราก่อนว่ามีรูป แบบและลักษณะใด เพื่อเป็นพื้นฐานของการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์อันเป็นผลต่อการพัฒนาบุคลากร องค์กร หรือการอบรมสัมมนา

ความหมายและการสร้างมนุษยสัมพันธ์ :

มนุษยสัมพันธ์ คือ การติดต่อเกี่ยวข้องกันระหว่างบุคคลในสังคม ทั้งที่เป็นส่วนตัวและที่เกี่ยวข้องกับงาน ทั้งที่เป็นส่วนตัวและที่เกี่ยวข้องกับงาน ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายเพื่อให้ตนเองเป็นสุข ผู้อื่นเป็นสุข และสังคมมีประสิทธิภาพ
 
การสร้างมนุษยสัมพันธ์ ทำได้โดยการ :
 
1.
ศึกษาตนเอง และผู้อื่น ต้องใจกว้างสำรวจตนเอง พบข้อบกพร่องแล้วต้องยอมรับตนเอง และตั้งใจที่จะปรับปรุงพฤติกรรมที่ไม่สมควรของตนเอง ศึกษาผู้อื่นว่านิสัยใจคออย่างไร ชอบอย่างไร
2.
แก้ไขปรับปรุงตนเอง เมื่อพบข้อบกพร่องแล้ว ต้องตั้งใจแก้ไข อาจจะศึกษาจากตำราต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงตนเอง
3.
ศึกษาวัฒนธรรม ประเพณีและสังคม ค่านิยมในสังคม
4.
ศึกษาหลักการสร้างมนุษยสัมพันธ์
5.
นำหลักการสร้างมนุษยสัมพันธ์ไปใช้จริง
 
ความหมายของกลุ่มสัมพันธ์
1.
เป็นกิจกรรมที่ให้กลุ่มได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรม ทัศนคติ และการเข้าใจคน
2.
เป็นกิจกรรมที่ให้กลุ่มรู้วิธีแก้ไขปัญหา ยอมรับพัฒนาตนและรับรู้ตนเอง
3.
เป็นการเรียนรู้ปฏิกิริยาภายในกลุ่ม กระตุ้นในบุคคลเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อการอยู่ในสังคม
4.
เป็นการใช้กระบวนการกลุ่ม เป็นแนวทางให้เกิดความร่วมมือที่ดีต่อการพัฒนาองค์กร
 
ลักษณะกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้
 
1. การสร้างความคุ้นเคย
2. การทำงานเป็นทีม
3. การสังเกตพฤติกรรม
4.
การแสดงบทบาท
5. การเล่นเกม
6. การฝึก ฟัง-คิด-พูด
7. การบริหารงานกลุ่ม

ลักษณะผู้นำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
การจัดกิจกรรมให้ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้นำกิจกรรมควรมีความสามารถดังต่อไปนี้
 
1.
มีความรู้ด้านจิตวิทยา กลุ่มสัมพันธ์ และเทคนิคการละลายพฤติกรรม
2.
รู้จักการวางแผน และการเตรียมการ เพื่อดำเนินกิจกรรมละลายพฤติกรรม
3.
เป็นบุคคลที่มนุษยสัมพันธ์ดี ปรับตัวเก่ง เข้ากับบุคคลอื่นได้ดี
4.
มีไหวพริบ มีความเชื่อมั่นในตนเอง และมีความกระตือรือร้น
5.
เป็นคนยุติธรรม จริงใจ และวางตัวเป็นกลาง
6.
ใจกว้าง มีเหตุผล และยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น
7.
สามารถอธิบายและชี้แจงกิจกรรมได้อย่างชัดเจน
8.
ใช้คำพูดและภาษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยมีเทคนิคในการพูดกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม
9.
ให้ความช่วยเหลือแนะนำ และสังเกตกิจกรรมของกลุ่ม โดยประสานงานให้กลุ่มดำเนินกิจกรรมไปได้ด้วยดี
10.
สรุปปัญหาได้ชัดเจนและจับประเด็นใจความได้ถูกต้อง
 
ประโยชน์ของการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
 
1.
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มที่
2.
การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากกิจกรรม จะช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมรู้จักและสนใจตัวเองดียิ่งขึ้น
3.
สร้างบรรยากาศการเรียนให้ผู้เข้ารับการอบรมสนุกสนาน ไม่เกิดความรู้สึกว่าถูกสอนและสามารถเรียนรู้ได้ในระยะเวลาอันสั้น
4.
เป็นแนวทางในการพัฒนาบุคลากร และการรู้จักแก้ปัญหาทั้งส่วนตนและส่วนรวม
5.
ช่วยให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อกัน มีความเข้าใจ เห็นใจกัน ลดการขัดแย้ง
6.
ช่วยส่งเสริมให้การทำงานรวมพลังกันเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7.
ช่วยให้ผลงานเป็นไปตามเป้าหมาย และได้มาตรฐาน เป็นการเสริมสร้างพลังขององค์กรโดยบุคลากรที่ประสิทธิภาพ
8.
ช่วยส่งเสริมในการพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและผ่อนคลาย ความตึงเครียด
 

เพลงและกิจกรรมเคลื่อนไหว

 
เพลงเชิญมาเต้น :
 
มา มา มา มาเต้นรำกัน มา มา มา มาเต้นรำกัน
มา มา มา มาเต้นรำกัน แล้วเราก็ทำสวัสดี
จับมือขวามาเต้นรำกัน จับมือขวามาเต้นรำกัน
จับมือขวามาเต้นรำกัน แล้วเราก็ทำสวัสดี
จับมือซ้ายมาเต้นรำกัน จับมือซ้ายมาเต้นรำกัน
จับมือซ้ายมาเต้นรำกัน แล้วเราก็ทำสวัสดี
จับสองมือมาเต้นรำกัน จับสองมือมาเต้นรำกัน
จับสองมือมาเต้นรำกัน แล้วเราก็ทำสวัสดี
โด ซี โด มาเต้นรำกัน โด ซี โด มาเต้นรำกัน
โด ซี โด มาเต้นรำกัน แล้วเราก็ทำสวัสดี
ลอดอุโมงค์มาเต้นรำกัน ลอดอุโมงค์มาเต้นรำกัน
ลอดอุโมงค์มาเต้นรำกัน แล้วเราก็ทำสวัสดี


ท่าเริ่มต้น

ยืนรูปแถว 2 แถว คู่จะยืนอยู่ในแถวตรงกันข้าม ผู้หญิงอยู่แถวทางขวามือ แถวจะมี 6-8 คู่ ระหว่างแถวให้ห่างกันประมาณ 2-3 เมตร หันหน้าเข้าหาคู่ของตน
  1. ต่างเดินไปข้างหน้า 3 ก้าว ในจังหวะที่ 4 โค้ง แล้วเดินถอยหลัง 3 ก้าว จังหวะที่ 4 โค้ง
  2. เดินเข้าหาคู่ 3 ก้าว ในจังหวะที่ 4 โค้งคู่ของตน แล้วเดินถอยหลัง 3 ก้าว จังหวะที่ 4 โค้งคู่ของตน
  3. สวิงด้วยแขนขวา ต่างเดินเข้าไปหาคู่เอาข้อศอกขวาคล้องกับคู่ แล้วเดินหมุนไปตามเข็มนาฬิกา 2 เที่ยว (เที่ยวละ 8 ก้าว กลับมาที่เดิม)
  4. สวิงด้วยแขนซ้าย และหมุนไปทวนเข็มนาฬิกา 2 เที่ยว (เที่ยวละ 8 ก้าว กลับมาที่เดิม)
  5. สวิงสองมือ ต่างเดินเข้าไปหาคู่ จับมือทั้งสองกับคู่ แล้วเดินหมุนไปตามเข็มนาฬิกา เที่ยวที่ 2 ให้หมุนทวนเข็มนาฬิกา (เที่ยวละ 8 ก้าว กลับมาที่เดิม)
  6. โด-ซี-โด เดินเข้าไปหาคู่ ผ่านคู่ไปทางไหล่ขวา ก้าวเยื้องไปทางขวาแล้วถอยหลัง เดินกลับไปที่เดิน ผ่านคู่ทางไหล่ซ้าย (จังหวะ 8 ก้าว)
  7. คู่หัวเดินเข้าไปจับมือทั้งสองกับคู่ แล้วเดินลงไปทางปลายแถว คู่อื่น ๆ ทำอุโมงค์ ให้คู่หัวลอดไป คู่หัวไปอยู่ท้ายแถว คู่ต่อไปขึ้นมาแทนที่ แล้วเริ่มต้นใหม่ (ทำอุโมงค์ หมายถึง ให้เอามือทั้งสองจับมือกับคู่แล้วยกแขนขึ้นเหนือศีรษะเหมือนถ้ำ)
ข้อเสนอแนะ

หลังจากผู้เรียนเข้าใจวิธีการเต้นตามเนื้อเพลงได้แล้ว ผู้สอนสามารถใช้เพลง Disco Breaks หรือเพลงจังหวะ ชะ ชะ ช่า แทนได้ ซึ่งจะช่วยในการจัดกิจกรรมนี้ได้รับความสนุกสนานยิ่งขึ้น
 
 

เพลงและกิจกรรมเคลื่อนไหว

 
เพลงงามแสงเดือน:
 
งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้ามาสู่วงรำ
เราเล่นกันเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์ไม่วายระกำ ขอให้เล่นฟ้อนรำเพื่อสามัคคี เอย


ท่าเตรียม

ยืนเป็นวงกลมวงเดียว หัวหน้าเข้าหาคู่ มือทั้งสองจับกับคู่
  1. ก้าว-ชิด เข้าไปในวงกลม 2 ก้าว
  2. ก้าว-ชิด ออกไปในวงกลม 2 ก้าว
  3. ตบเข่าด้วยมือทั้งสอง 1 ครั้ง แล้วตบมือตนเอง 1 ครั้ง ตบมือทั้งสองกับคู่ 1 ครั้ง (ทำซ้ำอีก 1 เที่ยว)
  4. กระโดดวางส้นเท้าซ้าย พร้อมกับยกมือซ้ายให้นิ้วชี้หาคู่ แล้วเปลี่ยนเป็นเท้าขวา และมือข้างขวา
  5. กระโดดหมุนตัวอยู่กับที่โดยย่ำเท้า 4 ครั้ง
ข้อเสนอแนะ
ใช้เพลงการเต้นรำพื้นเมือง เพลงโพลกาสำหรับเด็ก (CHILDREN POLKA)