วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554
กิจกรรมเข้าจังหวะ กิจกรรมเข้าจังหวะ เป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะในรูปแบบต่าง ๆ ให้เข้ากับจังหวะหรือดนตรีที่นำมาประกอบ กิจกรรมเข้าจังหวะเป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ คือ มีร่างกายแข็งแรง มีบุคลิกที่ดี และเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ๑ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ตามจังหวะ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ตามจังหวะ เป็นการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนที่จากที่ใดที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เช่น การก้มเงย การบิดลำตัว การเหวี่ยงแขนและขา เป็นต้น ตัวอย่างที่ ๑ จังหวะที่ ๑ ก้มศีรษะไปข้างหน้า จังหวะที่ ๒ ผงกศีรษะขึ้นตั้งตรง จังหวะที่ ๓ หงายศีรษะไปข้างหน้า จังหวะที่ ๔ ผงกศีรษะขึ้นตั้งตรง ตัวอย่างที่๒ จังหวะที่ ๑ ยืนตรงมือเท้าสะเอวเอียวศีรษะไปทางซ้ายมือ จังหวะที่ ๒ ยืนตรง มือเท้าสะเอว ศีรษะตั้งตรง จังหวะที ๓ ยืนตรง มือเท้าสะเอว เอียงศีรษะไปทางขวามือ จังหวะที่ ๔ ยืนตรง มือเท้าสะเอว ศีรษะตั้งตรง ตัวอย่างที่ ๓ จังหวะที่ ๑ แยกเท้าซ้ายไปทางซ้ายมือปลายนิ้วทั้งสองแตะไหล่ จังหวะที่ ๒ ชูแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ จังหวะที่ ๓ ลดมือทั้งสองข้างลงแตะไหล่ จังหวะที่ ๔ ดึงเท้าซ้ายมาชิดเท้าขวาแขนทั้งสองแนบลำตัว ๒ การเคลื่อนที่ตามจังหวะ การเคลื่อนที่ตามจังหวะ เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายโดยที่ร่างกายเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งตามจังหวะ เช่น การเดินตามจังหวะการกระโดดตามจังหวะ การก้าวลากชิด การควบม้า การวิ่งสลับเท้า นักเรียนฝึกเคลื่อนที่ให้เข้ากับจังหวะได้โดยเริ่มจากการเรียนรู้การเคลื่อนที่ ดังนี้ ๑) การเดินก้าวชิดก้าว เป็นการก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหน้าแล้วดึงเท้าอีกข้างหนึ่งเข้าไปชิดเท้าแรก ทิ้งน้ำหนักตัวไว้ที่เท้าหลัง ๒) การเดินก้าวลากชิด เป็นการก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งออกไปข้าง ๆ แล้วลากเท้าอีกข้างหนึ่งมาชิด ๓) การกระโดด เป็นการสปริงตัวขึ้นจากพื้นด้วยเท้าทั้งสองข้างแล้วลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้งสองข้าง ๔) การกระโดดเขย่ง เป็นการสปริงตัวขึ้นจากพื้นด้วยเท้าข้างใดข้างหนึ่ง แล้วลงสู่พื้นด้วยเท้าข้างเดิม ๕) การก้าวกระโดดเขย่ง เป็นการกระโดดด้วยเท้าข้างใดข้างหนึ่งเป็นหลัก เท้าอีกข้างหนึ่งงอเข่าไว้ให้พ้นจากพื้น แล้วกระโดดไปข้างหน้าจากนั้นให้เท้าที่งอเปลี่ยนมาเป็นเท้าหลักอีกครั้ง ทำสลับอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ๖) การวิ่งสลับเท้า เป็นการสปริงเท้าทั้งสองขึ้นพ้นพื้น พร้อมกับดึงเท้าที่อยู่ข้างหลังไปไว้ข้างหน้า ลงสู่พื้นด้วยปลายเท้าทั้งสองพร้อมกัน ทำสลับเท้าอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ๗) การวิ่งควบม้า เป็นการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยให้ก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งนำ แล้วก้าวอีกเท้าหนึ่งไปชิดส้นเท้าหน้า ถ้าเท้าใดนำต้องนำตลอดและส้นเท้าไม่เปิด การเคลื่อนไหวตามเพลง เป็นการทำท่าทางประกอบเพลงทั้งในขณะอยู่กับที่และเคลื่อนที่ เช่น ปรบมือ โยกตัว เดิน วิ่ง กระโดด เป็นต้น การเคลื่อนไหวตามเพลงให้สวยงาม นักเรียนต้องฝึกฟังจังหวะแล้วจึงทำท่าทางให้เข้ากับจังหวะ ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บริษัทอักษรเจริญทัศน์ จากหนังสือ แม่บทมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๓ พิมพ์ครั้งที่ ๒
วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เสียงดนตรีกับลูกน้อย
เพลิดเพลินกับเสียงเพลงและดนตรี
ตอนนี้เมื่อลูกน้อยของคุณได้ยินเสียงจากประสาทหูเทียมแล้ว ไม่ว่าจะข้างเดียวหรือสองข้างก็ตาม คุณคงจะตื่นเต้นที่จะได้เริ่มทำกิจกรรมที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านทักษะ การฟัง การพูดและภาษาให้กับลูก ผู้ปกครองหลายท่านมักจะถามว่า “ฉันจะทำอะไรเพื่อช่วยให้ลูกได้เรียนรู้การฟังและเพลิดเพลินกับเสียงต่างๆ ได้บ้าง?” บ้างก็ถามว่า “ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของฉันได้ยินเสียงหรือจะจำการตอบสนองของเขาได้ อย่างไร?” กิจกรรมทางดนตรี เช่น การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง ตามจังหวะ และการเล่นนิ้วมือ เป็นเกมที่สนุกสนานและเหมาะสำหรับเล่นกับลูกตั้งแต่แรกเริ่ม กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกของคุณฟัง มีส่วนร่วม เปล่งเสียงบ่อยขึ้น ให้ความสนใจ และเลียนแบบเสียงและท่าทาง
ทารกทุกคนจะเลียนแบบท่าทางจากจังหวะหรือเพลงได้ก่อนการเลียนเสียงและคำ คุณสามารถเลือกเพลงหรือกิจกรรมที่คุณจะได้จากตอนเป็นเด็กได้ตามใจชอบ ’ “’”โดยไม่ต้องกังวลว่าจะร้องเพราะหรือเปล่า ’เพราะลูกของคุณไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก การที่คุณได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะเป็นความสุขที่คุ้มค่าแก่ความพยายาม เปิดเพลงหรือจังหวะเดิมซ้ำๆ แล้วคุณอาจได้รู้ว่าเพลงไหนเป็นเพลงโปรดของลูกคุณ’
หลังจากที่เด็กคุ้นเคยกับเสียงเพลง จังหวะ และการเล่นนิ้วแล้ว ลองตัดท่าทางออกไปและเปิดเสียงเพลงหรือให้จังหวะอย่างเดียว ลูกของคุณแสดงท่าทางที่เหมาะสมเฉพาะเวลาได้ยินเสียงเพลงหรือการให้จังหวะ อย่างเดียวหรือเปล่า? ถ้าไม่ ให้มองตาเด็กเพื่อทำสัญญาณแสดงการฟัง ถ้าจำเป็นให้แสดงสัญญาณอีกครั้งโดยให้ท่าทางประกอบสักท่าสองท่า ทักษะนี้อาจพัฒนาได้ก่อนที่คุณจะได้ยินลูกพยายาม“ร้องตาม”เสียอีก
เกมและของเล่นที่มีเสียงหรือดนตรี เป็นอีกทางหนึ่งที่จะกระตุ้น’ทักษะการฟังและการรับรู้เสียงเบื้องต้นของลูก คุณได้ ทั้งนี้เรามีวีดิโอคลิปสั้นๆของคุณแม่ ลูกน้อยของเธอ และผู้เชี่ยวชาญการช่วยเหลือเด็กเล็กให้ชมเป็นตัวอย่าง
ทารกทุกคนจะเลียนแบบท่าทางจากจังหวะหรือเพลงได้ก่อนการเลียนเสียงและคำ คุณสามารถเลือกเพลงหรือกิจกรรมที่คุณจะได้จากตอนเป็นเด็กได้ตามใจชอบ ’ “’”โดยไม่ต้องกังวลว่าจะร้องเพราะหรือเปล่า ’เพราะลูกของคุณไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก การที่คุณได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะเป็นความสุขที่คุ้มค่าแก่ความพยายาม เปิดเพลงหรือจังหวะเดิมซ้ำๆ แล้วคุณอาจได้รู้ว่าเพลงไหนเป็นเพลงโปรดของลูกคุณ’
หลังจากที่เด็กคุ้นเคยกับเสียงเพลง จังหวะ และการเล่นนิ้วแล้ว ลองตัดท่าทางออกไปและเปิดเสียงเพลงหรือให้จังหวะอย่างเดียว ลูกของคุณแสดงท่าทางที่เหมาะสมเฉพาะเวลาได้ยินเสียงเพลงหรือการให้จังหวะ อย่างเดียวหรือเปล่า? ถ้าไม่ ให้มองตาเด็กเพื่อทำสัญญาณแสดงการฟัง ถ้าจำเป็นให้แสดงสัญญาณอีกครั้งโดยให้ท่าทางประกอบสักท่าสองท่า ทักษะนี้อาจพัฒนาได้ก่อนที่คุณจะได้ยินลูกพยายาม“ร้องตาม”เสียอีก
เกมและของเล่นที่มีเสียงหรือดนตรี เป็นอีกทางหนึ่งที่จะกระตุ้น’ทักษะการฟังและการรับรู้เสียงเบื้องต้นของลูก คุณได้ ทั้งนี้เรามีวีดิโอคลิปสั้นๆของคุณแม่ ลูกน้อยของเธอ และผู้เชี่ยวชาญการช่วยเหลือเด็กเล็กให้ชมเป็นตัวอย่าง
วีดิโอคลิป
วีดิโอคลิปสั้นๆสามเรื่องได้แก่ “แมงมุมลายตัวนั้น (Itsy Bitsy Spider)” “เพลงยามเช้า (The Morning Song)”และ “ลูกลิงห้าตัว (Five Little Monkeys)” คุณแม่รายนี้เลือกที่จะให้ลูกของเธอนั่งบนเก้าอี้สูงสำหรับเด็กเพื่อทำ กิจกรรม วิธีนี้ช่วยให้เด็กอยู่กับที่และดึงความสนใจของเด็กได้ บ้างเลือกที่จะให้ลูกนั่งบนตัก ที่โต๊ะสำหรับเด็ก’ หรือนั่งด้วยกันบนพื้น คุณแม่เลือกที่จะนั่งข้างๆ ลูกซึ่งเป็นเทคนิคการฟังที่ให้ผลดีมากกว่าการนั่งตรงข้ามกัน อย่างไรก็ตามคุณควรเลือกวิธีที่รู้สึกสบายและเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับคุณและลูก
การแสดงสัญญาณการฟัง เช่น การชี้ไปที่หูของลูก’ จะช่วยสร้างเสริมกิจวัตรการฟังและบอกให้ลูกรู้ว่าถึงเวลาต้องฟังแล้ว
การเว้นช่วงเพื่อรอปฏิกิริยาหรือการตอบสนองจากเด็กนับเป็นอีกกลยุทธ์ที่สำคัญในการกระตุ้นการตอบสนองให้เพิ่มขึ้น
การที่ผู้ปกครองเลีัยนแบบท่าทางหรือเสียงของเด็ก’ สามารถช่วยกระตุ้นให้ลูกแสดงพฤติกรรมที่ต้องการได้
การแสดงสัญญาณการฟัง เช่น การชี้ไปที่หูของลูก’ จะช่วยสร้างเสริมกิจวัตรการฟังและบอกให้ลูกรู้ว่าถึงเวลาต้องฟังแล้ว
การเว้นช่วงเพื่อรอปฏิกิริยาหรือการตอบสนองจากเด็กนับเป็นอีกกลยุทธ์ที่สำคัญในการกระตุ้นการตอบสนองให้เพิ่มขึ้น
การที่ผู้ปกครองเลีัยนแบบท่าทางหรือเสียงของเด็ก’ สามารถช่วยกระตุ้นให้ลูกแสดงพฤติกรรมที่ต้องการได้
การตอบสนองของทารก
โดยทั่วไปเด็กทารกมักจะเริ่มตอบสนองต่อเสียงและเรียนรู้ที่จะจดจำ เสียงบางอย่างในช่วงสองสามสัปดาห์แรกของการใช้ประสาทหูเทียม ประเภทของการตอบสนองที่อาจเกิดขึ้นได้แก่:
คุณสังเกตเห็นอะไรอีกบ้าง?
- การโยกตัวตามจังหวะหรือเสียงเพลง
- หยุดทำิกิจกรรมหรือเงียบไป
- ตาเบิกกว้าง/ตาเป็นประกาย
- ยิ้ม
- ทำกิจกรรมมากขึ้น
- จ้องตาไม่กระพริบ
- เลียนแบบการเคลื่อนไหวบางอย่าง (ท่าทาง)
- ออกเสียงดังขึ้น
- เด็กใช้ “สัญญาณการฟัง” กับพ่อแม่ (ชี้ไปที่หูของเธอ)
- เด็กแสดงอาการบ่งบอกว่าเสียงหายไปเมื่อคอยล์หลุดออกจากหู (ชี้ไปที่หู)
คุณสังเกตเห็นอะไรอีกบ้าง?
- คุณแม่ ได้หยุดเว้นจังหวะให้เด็กได้ตอบสนองหรือแสดงการโต้ตอบหรือไม่?
- คุณแม่แสดงสัญญาณว่าให้ฟังกับเด็กหรือเปล่า?
- เด็กได้ใช้สัญญาณการฟังเพื่อบอกว่าเธอได้ยินหรือไม่?
- เด็กให้ความสนใจดีหรือไม่?
- เด็กเลียนแบบการเคลื่อนไหวนิ้วตามจังหวะที่ถูกต้องหรือไม่?
- คุณเห็นปฏิกิริยาใดๆ บนใบหน้าของเด็กหรือไม่’ เช่น รอยยิ้ม?
- เด็กแสดงท่าทางอาการว่าเธอได้ยินเสียงของเล่นหรือไม่? อย่างไร?
- เด็กเปล่งเสียงออกมาหรือไม่?
ตอนนี้ถึงตาคุณแล้ว ลองทำกิจกรรมสั้นๆ กับลูกของคุณ ร้องเพลงหรือให้จังหวะเดิมซ้ำๆ และคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงใน’ปฏิกิริยาและการตอบสนองของลูกน้อยเป็นระยะๆ จากนั้นจดรายการการตอบสนองต่างๆ ของลูกคุณเอาไว้ เสียงเพลงหรือจังหวะที่มีการเคลื่อนไหวนิ้วประกอบดังตัวอย่างข้างต้นจะช่วย เรียกความสนใจของเด็กที่เริ่มหัดฟังได้’ ถ้าคุณมีกล้องวีดิโออยู่ที่บ้าน จะลองอัดเทปตอนทำกิจกรรมไว้ก็ได้ แล้วคุณอาจจะได้เห็นในสิ่งที่คุณไม่ทันสังเกตระหว่างทำกิจกรรม แถมสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ จะได้มีโอกาสดูด้วย
พัฒนาความฉลาดของลูกด้วยกิจกรรมเคลื่อนไห
วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553
กิจกรรมนันทนาการ
| ความหมาย : | ||||||||||||||||||||
| การ ที่เราจะสามารถจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น เราควรจะต้องเรียนรู้ถึงกระบวนการสร้างมนุษยสัมพันธ์ของคนเราก่อนว่ามีรูป แบบและลักษณะใด เพื่อเป็นพื้นฐานของการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์อันเป็นผลต่อการพัฒนาบุคลากร องค์กร หรือการอบรมสัมมนา | ||||||||||||||||||||
| ความหมายและการสร้างมนุษยสัมพันธ์ : | ||||||||||||||||||||
| มนุษยสัมพันธ์ คือ การติดต่อเกี่ยวข้องกันระหว่างบุคคลในสังคม ทั้งที่เป็นส่วนตัวและที่เกี่ยวข้องกับงาน ทั้งที่เป็นส่วนตัวและที่เกี่ยวข้องกับงาน ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายเพื่อให้ตนเองเป็นสุข ผู้อื่นเป็นสุข และสังคมมีประสิทธิภาพ | ||||||||||||||||||||
| การสร้างมนุษยสัมพันธ์ ทำได้โดยการ : | ||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||
| ความหมายของกลุ่มสัมพันธ์ | ||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||
| ลักษณะกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้ | ||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||
| ลักษณะผู้นำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมให้ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้นำกิจกรรมควรมีความสามารถดังต่อไปนี้ | ||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||
| ประโยชน์ของการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ | ||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||
เพลงและกิจกรรมเคลื่อนไหว
| เพลงเชิญมาเต้น : | ||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||
| ท่าเริ่มต้น ยืนรูปแถว 2 แถว คู่จะยืนอยู่ในแถวตรงกันข้าม ผู้หญิงอยู่แถวทางขวามือ แถวจะมี 6-8 คู่ ระหว่างแถวให้ห่างกันประมาณ 2-3 เมตร หันหน้าเข้าหาคู่ของตน
หลังจากผู้เรียนเข้าใจวิธีการเต้นตามเนื้อเพลงได้แล้ว ผู้สอนสามารถใช้เพลง Disco Breaks หรือเพลงจังหวะ ชะ ชะ ช่า แทนได้ ซึ่งจะช่วยในการจัดกิจกรรมนี้ได้รับความสนุกสนานยิ่งขึ้น | ||||||||||||||||||||||||
เพลงและกิจกรรมเคลื่อนไหว
| เพลงงามแสงเดือน: | ||||
| ||||
| ท่าเตรียม ยืนเป็นวงกลมวงเดียว หัวหน้าเข้าหาคู่ มือทั้งสองจับกับคู่
ใช้เพลงการเต้นรำพื้นเมือง เพลงโพลกาสำหรับเด็ก (CHILDREN POLKA) |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)